เชลซี ทำกำไรมหาศาลกับการทุ่มเงินซื้อนักเตะ

เชลซี

เชลซี กำไรมหาศาลกับการทุ่มเงินซื้อนักเตะ ของสิงโตน้ำเงินเชลซี

เชลซี เริ่มตั้งแต่ โรมัน อับราโมวิช เข้ามารับช่วงต่อสโมสรสิงห์บลู ก็ได้มีการก่อสร้างรากฐานผ่านทีม ทำให้ทีมคว้าแชมป์บ่อยครั้ง จนกลายเป็นยักใหญ่แห่งเวทีพลีเมียลีคอังกฤษ ที่มักจะมีชื่อคว้าแชมป์เป็นประจำ แต่ถึงกระนั้นสิงห์บลูเชลซีของเสี่ยหมี ก็มักจะโดนข้อครหาว่าใช้เงินสร้างความสำเร็จ

ไม่ว่าจะเป็นการนำนักเตะชื่อดังเข้าร่วมทีม หรือใช้บริการยอดโค๊ชอยู่เป็นประจำ เมื่อผลงานไม่ดีก็ขายออกไป หรือไม่ก็ปลดทิ้งซึ่งตลอด 4 ปี ที่ผ่านมาถ้าไม่นับช่วงที่เชลซีโดนแบนห้ามซื้อขายนักเตะ พวกเขาใช้เงินเสริมทัพกว่า 200 ล้าน ซึ่งแน่นอนว่าแฟนบอลทีมอื่น

ก็อาจจะจำภาพลักษณ์สิงห์บลูเป็นสายเปย์ ไม่ว่าจะเป็น เจปา อาซี มาลาก้า 80 ล้านยูโร โพลิสิส อีก 60 ล้านยูโร หรือ ไค ฮา แวร์ตซ์ อีก 80 ล้านยูโรจริงๆหลายคนไม่ทราบว่า ตอนนี้บอร์ดบริหารสิงบลูสามารถระบายนักเตะทำเงินเข้าสู่ทีมได้อย่างมหาศาล และเมื่อนำมาหักลบแล้ว

เท่ากับว่าพวกเขาใช้เงินไม่เยอะเท่าไร ไม่ได้ over แบบที่เห็น เหมือนกับการทุ่มเงินซื้อนักเตะเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปซึ่งการทำธุระกิจซื้อขายเหล่านี้ ก็ต้องให้เครดิตกับ มารีน่า กันน็อคกาย่า ผู้บริหารสาวที่อยู่เบื้องหลังดิวดังๆอยู่เสมอ เป็นคนที่เสี่ยหมีไว้ใจและเป็นคนที่นำตัว โธมัส ทูเคิ่ล เข้ามาคุมทีมจนประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

อย่างที่ทราบกันดี ว่าเชลซีเป็นหนึ่งในทีมที่มีขุมกำเนิดกำลังใหญ่โตมาก โดย โธมัส ทูเคิ่ล เคยบอกช่วงพรีซีซั่นว่า ต้องดูแลนักเตะกว่า 40 คน เพราะพวกเขาชอบคว้านดาวรุ่งมาอยู่กับทีม ก่อนจะปล่อยตัวไปเก็บชั่วโมงบิลไปอยู่กับทีมอื่น ซึ่งมันก็อาจจะมีทั้งฟอร์มดีและไม่ดีบ้าง แต่สิ่งที่เซลซีได้ทำมาหลายปีนั้น มันกำลังผลิดอกออกผล เพราะว่าผู้เล่นหลายๆคนต่อให้ไม่ได้ขึ้นชุดใหญ่ แต่ก็ทำเงินเข้าสโมสรได้ไม่น้อยเลย

ถอยกลับไป ซีซั่น 2019 ช่วงที่เชลซีไม่กล้าซื้อนักเตะใหม่ในช่วงซัมเมอร์ ทำให้ต้องดันดาวรุ่งขึ้นมาแบกทีม ไม่ว่าจะเป็น เมสัน เมาท์ แถมมี แทมมี อับราฮัม ซึ่ง 2 คนนี้แหละ ที่กลายเป็นนักเตะที่มีชื่อเสียงบนเวลาที่มีชื่อเสียงบนเวที พรีเมียลีคอังกฤษ

ซึ่งช่วงหน้าหนาวก็ซื้อมาแค่ มาเตโอ โควาซิช 45 ล้านแต่ในส่วนของการลงทุนกับนักเตะ เมื่อปี 2019 – ปี 2020 นั้น สิงห์บลูทำเงินเข้ากระเป๋าได้มากกว่า 157 ล้านยูโร หนึ่งในนั้นคือการปล่อย เอเดน อาซาร์ ไปให้กับ เรอัลมาดริด 115 ล้านยูโร

รวมไปถึงการปล่อย โอน่า ไคร่า กับ โทมัส คาลาส นักเตะฝีเท้าดีของทีมไปรวมๆเกือบ 20 ล้าน เท่ากันว่า season นั้น สิงบลูมีตัวเลขบัญชีเป็นสีเขียวอยู่ที่ 112 ล้านยูโร ตัวเลขมหาศาลขนาดนั้นบวกกับเชลซีเป็นของเสี่ยหมี มีหรือว่าจะไม่ได้เห็นพวกเข้าช็อปแหลก

จึงเป็นที่มาของ ฮาแวร์ตซ์ 80 ล้าน แวร์เนอร์ 53 ล้าน เบนชีเวล 50 ล้าน ฮาคิม ซิเยค 40 ล้านยูโร และ เอดูอาร์ เมนดี้ 24 ล้านยูโร ไหนจะได้ตัว ติอาโก้ ซิลวา มาแบบฟรีๆอีก รวมไปถึงซีซั่น 2020-2021 เซลซี ในเงินเสริมนักเตะไป 247 ล้านยูโร

ตัวเลขการซื้อนักเตะของ เชลซี ใน 2 ปีที่ผ่านมา

เชลซี

หากไปหักกล้างกับบัญชีตัวเขียวเมื่อ season ก่อน จะติดลบอยู่ที่ 135 ล้าน แต่ทว่าสิงห์บลูก็ระบายนักเตะออกไปค่อนข้างเยอะ ได้เงินเข้ากระเป๋าเกือบ 60 ล้านยูโร ไม่ว่าจะเป็นการขาย อัลบาโร่ โมราต้า ไป 35 ล้านยูโร หรือนักเตะที่ใครหลายคนอาจลืมไปแล้วว่าอยู่ทีมสิงโตน้ำเงินครามเซลซี

นั้นก็คือ มาริโอ ปาซาลิช อีก 15 ล้านยูโร ดังนั้นเชลซี จึงมีตัวเลขของการซื้อขาย 2 ปี ที่กล่าวมานี่คือติดลบอยู่ที่ 75 ล้านยูโร ซึ่งมันไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของการทำตามกฎของ Financial fair play เลย การทำธุระกิจทุ่มซื้อแบบที่ว่า มันก็ยังสร้างความสำเร็จที่กลับมาหาเซลซีได้ไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร

โดยเฉพาะการเป็นแชมป์ยุโรปและล่าสุดคือยูฟ่าซูเปอร์คัพ เรียกได้ว่าทำงานได้อีกมหาศาลมากมาย ซึ่งเมื่อการสร้างทีมของเซลซีที่ต้องการใช้เม็ดเงินมาลงทุนกำลังลงตัวทำให้พวกเข้าไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งอะไรมากมายในปีนี้ เพราะที่มีอยู่มันก็เจ๋งอยู่แล้ว

เรียกว่าแบ่งทีมเป็น 2 ทีมแข่งกันก็ยังได้ โดยแค่เพิ่มคนอีกสัก 2-3 คน ให้ทุกอย่างลงตัวก็สมบูรณ์แบบ นั้นจึงเป็นที่มาของ นิวแมนรู ลูกากู ดาวยิงร่างยักษ์ ทีมชาติเบลเยียม กลับมาสู่บ้านเก่าอีกครั้ง เพราะว่าเป้าหมายของเซลซี ณ ตอนนี้ คือการกลับมาทวงคืนบัลลังก์ แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษให้ได้

ดังนั้นเชลซี จึงทุ่มชุดใหญ่ซื้อ ลูกากู ด้วยการทุบสถิติยอดค่าตัวสโมสรถึง ร้อยสิบห้าล้านยูโร หรือถ้าเป็นแบบเงินปอนด์ที่เราคุ้นหู ก็ประมาณ 97.5 ล้าน แน่นอนที่สุดว่าราคาแบบนี้ก็ไม่พ้น ที่เซลซีโดนกล่าวหาว่าใช้เงินซื้อความสำเร็จ แต่เชื่อเถอะว่าพวกเขาไม่ได้ “แค่” เพราะมีเงินมันก็ต้องใช้ ดีเสียอีกที่มีผู้บริการทุ่มเทเพื่อฟุตบอล มันเห็นอย่างชัดเจนมาก ว่าการที่ได้ โรเมลู ลูกากู กลับมานั้น มันยกระดับทำให้ทีมมีความน่ากลัว กับการเป็นเต็งแชมป์ ใน season นี้ และมันก็ไม่ได้ดูเป็นการเงินไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำแต่อย่างใด

เท่านั้นยังไม่พอ ก่อนปิดตลาด deadline เชลซีก็จัดหนักมาอีกคน โดยการยืมตัว ซาอุล จากแอตมาดริด เสียค่าเช่าแค่ 5 ล้านยูโร โดยไม่ได้มี option บังคับซื้อขาด นั้นเท่ากับว่า summer นี้สิงบลูใช้จ่ายไปราวๆ 120 ล้านยูโร กับการได้นักเตะชื่อดังมาร่วมทีม 2 คน และถึงแม้ว่าเชลซีจะซื้อแค่ 2 ตัว และเป็นสโมสรที่ติด Top 4 จ่ายเงินซื้อนักเตะมากสุดใน พรีเมียร์ลีกอังกฤษซัมเมอร์นี้

แต่ก็อย่างที่บอก ผู้คนอาจจะจำแค่ภาพพจน์สิงบลูว่าเป็นพวกที่กวาดเงินซื้อเพื่อหวังแชมป์ แต่ประทานโทษ เชลซีเวอร์ชั่นใหม่เปลี่ยนไปแล้ว เพราะหากมองลงไปในรายละเอียด จะเห็นว่าพวกเขาเป็นทีมที่ทำกำไรจากการซื้อขายเป็นรองเพียงแค่ ลิเวอร์พูล เท่านั้น ทั้งๆที่ เชลซี ใช้เงินมากกว่า หงษ์แดง ที่ได้มาแค่ อิบราฮิมา โคนาเต้ ถึง 3 เท่าตัว

เพราะว่าซัมเมอร์ที่ผ่านมานี้ เชลซีได้ปล่อยนักเตะให้ไปเจอช่องทางดีๆ ได้ลงแข่งมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แทมมี่ อับราฮัม 40 ล้าน เคิร์ท ซูม่า ไปเวสต์แฮมยูไนเต็ด 35 ล้านยูโร ฟิกาโย โทโมรี ไปอยู่กับ เอซีมิลาน ถาวร ในราคา 29 ล้านยูโร และไหนจะมีดิว surprise อย่าง มาร์ค เกฮี เซ็นเตอร์แบ็คดาวรุ่ง ที่ไปคริสตัลพาเลซ ด้วยค่าตัว 23 ล้าน

บางทีเชลซีอาจจะไม่ได้แค่กวาดเงินเพื่อซื้อนักเตะอย่างเดียวแล้วนะสิ เพราะต่อจากนี้คงมีเหตุและผลที่ไตร่ตรองไว้แล้ว และเชลซีก็ได้ทำให้หลายๆทีมได้เห็นว่าการบริหารทีมเพื่อทีม จริงๆมันเป็นอย่างไร

หากคุณสนใจข่าวกีฬาอัปเดตใหม่ สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ dynamicufabet